ประเภทของเครื่องดัดเหล็กมีอะไรบ้างไปดูกันเลย!!

เครื่องดัดเหล็กนั้นมีการใช้งานแตกต่างกันไปแล้วแต่ความเหมาะสมและชนิดของเหล็กมีความหนาขนาดไหนความบางขนาดไหนเพื่อประสิทธิภาพในการดัดเห็กแต่ละชนิด เครื่องดัดโค้งเหล็กมีมากมายหลายชนิดไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง ข้อมูลอาจมีการผิดพลาดบางประการต้องขออภัยใน ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย นะครับ 1.เครื่องดัดโค้ง PJ BENDER 2007 เครื่องดัดโค้ง เหล็ก/สแตนเลส กลม เหลี่ยม ระบบไฮดรอลิก เกียร์เบอร์ 120 2.เครื่องม้วนแผ่น 2 in 1 เครื่องม้วนแผ่น และม้วนท่อในตัวเดียวกัน มอเตอร์ 3 HP ระบบไฟ 220 V/380V 3.เครื่องบากท่อ PJ 2000 เครื่องบากท่อให้โค้งได้ตามต้องการ ด้วยสายพานผ้าทรายมอเตอร์ 2HP 220V 2800RPM น้ำหนัก 120 กก. 4.เครื่องดัดลวดเหล็กปลอก เครื่องดัดลวดเหล็กปลอก สามารถดัดเหล็กได้ทุกขนาด 5.เครื่องดัดเหล็กฉาก ดัดเหล็กฉากได้ 1″ -2-1/2″หรือดัดเหล็กฉากที่ใหญ่กว่า 6.เครื่องรีดเกลียวแป๊ปสแตนเลส รีดเกลียวท่อ ขนาด

ประโยชน์ของอุปกรณ์และเครื่องมือช่าง “เครื่องดัดโค้ง”

เครื่องดัดโค้ง เป็น อุปกรณ์และเครื่องมือช่าง งานช่างหรืองานก่อสร้างประเภทโครงสร้างที่ใช้วัสดุประเภทเหล็กเป็นหลักๆนั้น นอกเหนือจากอุปกรณ์ช่างที่ช่วยตัดและตกแต่งเหล็กต่างๆ แล้วนั้นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จัดได้ว่ามีความสำคัญและใช้ประโยชน์ได้อย่างมากนั้นก็คือ เครื่องดัดโค้ง ซึ่ง แน่นอนว่าเครื่องดัดโค้งนั้นถือว่ามีความจำเป็นและมีความสำคัญเป็นในงานโครงสร้างเหล็ก เนื่องจากมีความเป็นไปได้ยากหากเราจะดัดเหล็กด้วยมือเปล่าๆปราศจากเครื่องมือช่วยใด   อุปกรณ์เครื่องดัดโค้งนั้นจะมีหลากหลายแบบตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เช่น เครื่องดัดท่อ / การดัดเหล็ก ฯลฯ รวมถึงรูปแบบและลักษณะของความโค้งต่างๆ ที่เราต้องการนั้นเอง เครื่องดัดโค้ง โดยมากนั้นจะใช้หลักการ ทำงานของอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์และไฮโดรลิคเป็นหลัก เพื่อช่วยให้ในการปรับแต่งหรือดัดวัสดุชิ้นนั้นๆ ทำได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น หากแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในการเลือกซื้อเครื่องดัดโค้งก็ควรศึกษาอุปกรณ์ของแต่ละชนิดให้ดีก่อน หรือปรึกษา กับผู้ขายให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ว่าเครื่องดัดเหล็กเหล่านั้นจะเหมาะกับชิ้นงานหรือลักษณะงานที่เราจะนำไปใช้งานหรือไม่ เช่น เครืองสำหรับดัดโค้งงานเหล็กแผ่น หรืองานเหล็กแบบเส้น ที่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในการเลือกดูเครื่องดัดโค้ง ก็ควรเลือกดูกำลังของมอเตอร์ประกอบกันไปด้วย เพื่อให้กำลังในการทำงานมีความเหมาะสมนั้นเองครับ ที่มา : https://goo.gl/GYo565

สาเหตุและการรักษา ผิวแห้งกร้าน และมีอาการคัน ป้องกันและรักษาเชื้อราผิวหนัง ด้วยธรรมชาติ จะทำยังไงเราไปดูกันเลย!!

ผิวแห้งกร้าน ในทางครั้งอากาศแห้งทำให้ผิวเราแห้งแล้วมีอาการคันตามาด้วยอาจจะมีการเกา จนทำให้ผิวลอกไปด้วย เป็นอาการแพ้ที่อยู่ในผิวหนังที่หลายคนมีปัญหาต้องเจอ แต่สามารถที่จะช่วยบรรเทาอาการนี้ให้เบาลงไปได้ไม่ยาก อาการคันที่ผิวหนังที่มีผิวแห้ง เป็นการระคายเคืองและคุณจำเป็นที่ต้องทำอะไรกับมัน อาจจะหาน้ำมันตามธรรมชาติให้ความชุ่ม๙นและให้อ่อนนุ่ม บริเวณที่ได้รับผลกระทบแบบนี้อยู่บ่อครั้งก็คือ ที่ขา หน้าแข้ง ต้นขา แขน ผิวแงจะมีลักษณะที่หยาบเป็นขุยสีแดง มีเป็นเกล็ดแตกออกและทำให้เกิดอาการคันจนเกาเป็นแผลได้ คุณสามารถที่จะป้องกันอาการแห้งและคันเหล่านี้ด้วยตัวของคุณเอง แต่ถ้าอาการตันยังไม่สามารถรักษาให้หายได้จะเป็นต้องรักษาโดยแพทย์เพราะว่า หากปล่อยทิ้งไว้อาจจะทำให้ผิวหนังเราลุกลามมีอาการที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นและ ทำให้ผิวหนังอักเสบเมื่อเกาทำให้เกิดโรคติดต่อทางผิวหนังอื่นๆ สิ่งที่อาจจะทำให้เกิดผิวแห้งคันได้ ขาดความชื้น จากการใช้เครื่องปรับอากาศหรือว่าสภาพอากาศเอง รวมถึงปัจจัยทางด้านพันธุกรรมเพราะว่าคนเราได้สืบทอดทางพันธุกรรมทารวมถึง สภาพผิวหนังของคนนั้นด้วยอาจจะทำให้เกิดการแพ้ที่ง่าย รวมถึงเกิดจากโรคที่ไปส่งผลกระทบต่อต่อมน้ำมันในผิวหนังของเราอย่างเช่นเบา หวาน และยังมีปัจจัยทางสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อเราการใช้ชีวิตประจำวันของเรา อย่างเช่นจากสารเคมี สบู่ที่ไม่เคยใช้ ผงซักฟอก ความชื้นของอากาศมีน้อยหากคุณพบว่ามีอาการแห้งและคันแล้วควรที่จะหากสาเหตุ เพื่อที่จะกำจัดให้ได้เพื่อรักษาอาการ หากมีปัจจัยจากการผิวแห้งจากต่อมน้ำมันใต้ผิวไม่ปกติก็ควรที่จะพบแพทย์ แล้วหาครีมทา การรักษา ถึงแม้ว่าอาการเช่นนี้นั้นจะหายไปเองซึ่งใช้ระยะเวลาหนึ่งแต่ถ้าคุณใช่สาร เคมีหรือว่าสิ่งอื่นที่ไปกระทบอาจจะทำให้หายยากและมีความรุนแรงเพิ่มมาก ขึ้น แต่ถ้าต้องเจออากาศที่แห้งก็จะต้องรักษาผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ดังนั้นขั้นตอนการรักษามีดังนี้ 1. หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่รุนแรงและผงซักฟอก น้ำยาอื่นที่มีผสมผสมที่รุนแรง ต้องใช้สบู่ที่อ่อนโยน ใช้เวลาในการบางน้ำน้อยลงหากเป็นที่มือให้ลดการล้างมือที่บ่อยๆ ไม่ควรใช้น้ำอุ่นในการอาบน้ำ ไม่ขัดหรือว่าถูที่ผิวหนัง 2. คืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง จะต้องเพิ่มความชุมชื้นอย่างสม่ำเสมอ